กรมวิชาการเกษตร

นวัตกรรมและเทคโนโลยีพร้อมใช้ประโยชน์ที่ได้จากงานวิจัยเงินรายได้โครงการวิจัยด้านการเกษตร

Ready-to-Use Agricultural Innovations and Technologies from Revenue-Funded Research Projects

ทดสอบเทคโนโลยีการจัดการศัตรูพืชเพื่อแก้ปัญหาโรครากปมพริก ที่เกิดจากไส้เดือนฝอยในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
องค์ความรู้/คู่มือ

ทดสอบเทคโนโลยีการจัดการศัตรูพืชเพื่อแก้ปัญหาโรครากปมพริก ที่เกิดจากไส้เดือนฝอยในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นักวิจัย
สรศักดิ์ มณีขาว
หน่วยงาน
สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 4
ปีที่สิ้นสุด
2553
ยอดเข้าชม
11

จุดเด่นของเทคโนโลยี

ปลูกปอเทืองก่อนการปลูกพริกได้ผลผลิตพริกสูงกว่ากรรมวิธีอื่น

บทคัดย่อ

ที่อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี มีพื้นที่ปลูกพริกมาก พบปัญหาการระบาดของไส้เดือนฝอยซึ่งเป็นสาเหตุของโรครากปมพริก ทำความเสียหายต่อผลผลิตและคุณภาพของพริก การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อหาเทคโนโลยีควบคุมโรครากปมพริกตั้งแต่ระดับโรงเรือน แปลงทดลองในศูนย์วิจัยฯ แปลงทดสอบในไร่เกษตรกร และถ่ายทอดเทคโนโลยีการควบคุมโรครากปมให้เกษตรกร การควบคุมโรครากปมพริกระดับโรงเรือนใช้สำหรับเพาะกล้าพริกมี 3 วิธีหลัก ได้แก่ 1) ใช้ความร้อนกำจัดไส้เดือนฝอย ประกอบด้วย 6 กรรมวิธี กรรมวิธีที่ได้ผลดีที่สุด คือ การพลิกดินแล้วเผาดินด้วยแกลบ ปล่อยให้ดินเย็นแล้วหว่านเมล็ดพันธุ์พริก มีดัชนีการเกิดปมที่รากเท่ากับ 0 (ศูนย์) 2) การใช้สารอะบาเม็กตินอัตรา 50 มิลลิลิตรต่อน้ำ 5 ลิตรต่อวงซีเมนต์ มีดัชนีการเกิดปมที่รากเท่ากับ 3.15 และ 3) การใช้พืชชนิดต่างๆ ปลูกสลับกับพริก ประกอบด้วย 6 กรรมวิธี วิธีที่ได้ผลดีที่สุด คือ การปลูกปอเทืองในดินที่มีไส้เดือนฝอยระบาดเป็นระยะเวลา 3 เดือน แล้วไถกลบจากนั้นปลูกพริกเป็นเวลา 3 เดือน มีดัชนีการเกิดปมที่รากเท่ากับ 0 จึงได้ใช้ความรู้นี้ไปทดสอบเพื่อการยืนยันที่ศูนย์วิจัยพืชไร่อุบลราชธานีมี 4 กรรมวิธี กรรมวิธีที่ได้ผลดีที่สุด คือ การปลูกปอเทืองก่อนการปลูกพริกโดยมีดัชนีการเกิดปม 2.15 ได้ผลผลิตพริก 11.6 กิโลกรัมต่อ 10 ตารางเมตร ซึ่งสูงกว่ากรรมวิธีอื่น จึงได้นำเทคโนโลยีการผลิตนี้ไปทดสอบในไร่เกษตรกรที่อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี มีเกษตรกรรวม 6 ราย เป็นเวลา 2 ปี โดยเปรียบเทียบวิธีหว่านปอเทือง และไม่หว่านปอเทือง (ปีที่ 1) พบว่า ดัชนีการเกิดปม 2.4 และ 3.7 ผลผลิต 1,357 และ 1,067 กิโลกรัมต่อไร่ มีรายได้สุทธิ 30,442 และ 20,841 บาทต่อไร่ ตามลำดับ ได้อบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีให้เกษตรกรที่จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ และยโสธร รวม 7 รุ่น จำนวนเกษตรกร 801 ราย

แสดงความคิดเห็น (0)

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นได้เลย