กรมวิชาการเกษตร

นวัตกรรมและเทคโนโลยีพร้อมใช้ประโยชน์ที่ได้จากงานวิจัยเงินรายได้โครงการวิจัยด้านการเกษตร

Ready-to-Use Agricultural Innovations and Technologies from Revenue-Funded Research Projects

วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการจัดการศัตรูสับปะรดเพื่อแก้ปัญหาโรคเหี่ยว วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการจัดการศัตรูสับปะรดเพื่อแก้ปัญหาโรคเหี่ยว วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการจัดการศัตรูสับปะรดเพื่อแก้ปัญหาโรคเหี่ยว วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการจัดการศัตรูสับปะรดเพื่อแก้ปัญหาโรคเหี่ยว
1 / 4
เทคโนโลยีการผลิต

วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการจัดการศัตรูสับปะรดเพื่อแก้ปัญหาโรคเหี่ยว

นักวิจัย
เกลียวพันธ์ สุวรรณรักษ์
หน่วยงาน
สถาบันวิจัยพืชสวน
ปีที่สิ้นสุด
2550
ยอดเข้าชม
22

จุดเด่นของเทคโนโลยี

ลดจำนวนต้นที่มีอาการโรคเหี่ยว ให้ผลผลิตสูง

บทคัดย่อ

โรคเหี่ยวสับปะรดพบระบาดที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประมาณ 10,000 ไร่ ทำความเสียหายร้อยละ 90 การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการกำจัดศัตรูสับปะรด สำหรับการแก้ปัญหาโรคเหี่ยวสับปะรดที่เหมาะสมคุ้มค่าแก่การลงทุน ใช้แนะนำให้ผู้ปลูกสับปะรดสามารถนำไปปฏิบัติได้ ดำเนินการใน 2 พื้นที่ ได้แก่ ศูนย์วิจัยพืชสวนเพชรบุรี และไร่เกษตรกรที่หมู่บ้านละเมาะ ตำบลหนองพลับ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แห่งละแปลง เปรียบเทียบกับวิธีของเกษตรกรซึ่งเป็นแปลงที่อยู่ข้างเคียงกับแปลงทดสอบจำนวน 1 แปลง รวม 3 แปลง พื้นที่ทดสอบแปลงละ 2.5 ไร่ ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2547 - กุมภาพันธ์ 2550 แปลงทดสอบ ปลูกสับปะรดตามวิธีเกษตรดีที่เหมาะสมของกรมวิชาการเกษตร ใช้หน่อพันธุ์ปัตตาเวียที่ไม่มีโรคเหี่ยวทำลาย มีการเตรียมดินอย่างประณีต คราดเศษซากพืชเผาทำลายนอกแปลง และพ่นสารกำจัดวัชพืช 3 ครั้ง คือ 7 วันก่อนเตรียมดิน หลังปลูกสับปะรดและก่อนบังคับดอก 1 เดือน มีการสำรวจการแพร่ระบาดของมดทุก 15 วันหลังปลูก จนถึงระยะบังคับดอก กำจัดมดด้วยเหยื่อพิษไฮดราเมทิลนอนเมื่อพบรูมด แปลงเปรียบเทียบ ปลูกสับปะรดตามวิธีของเกษตรกร ใช้หน่อพันธุ์ปัตตาเวียจากแปลงที่มีโรคเหี่ยวระบาด ไม่มีการคราดเศษซากพืชไปเผาทำลายนอกแปลง ไม่มีการป้องกันกำจัดมด พ่นสารกำจัดวัชพืช 3 ครั้ง คือ 7 วันก่อนเตรียมดิน หลังปลูกสับปะรดและเมื่อสับปะรดอายุ 4 เดือน ผลการทดสอบพบว่า เทคโนโลยีการจัดการศัตรูสับปะรดให้ผลดีและคุ้มค่าต่อการลงทุนมากกว่าวิธีของเกษตรกร คือ สามารถลดจำนวนต้นที่มีอาการโรคเหี่ยวในแปลงปลูก (67.0-89.4 เปอร์เซ็นต์) ให้ผลผลิต (10.0-10.4 ตันต่อไร่) สูงกว่าแปลงเปรียบเทียบ (45.0-47.1 เปอร์เซ็นต์) ผลมีขนาดและคุณภาพมาตรฐานของโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูป มีรายได้สุทธิ 4,164-5,208 บาทต่อไร่ ในขณะที่แปลงเปรียบเทียบตามวิธีของเกษตรกร ขาดทุน 6,767 บาทต่อไร่ ผลการสำรวจการแพร่ระบาดของโรคเหี่ยวสับปะรดในแหล่งปลูกสำคัญ 18 จังหวัด ในทุกภาคของประเทศระหว่างเดือนธันวาคม 2548 - กุมภาพันธ์ 2550 พบการระบาดในสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียซึ่งปลูกเพื่ออุตสาหกรรมแปรรูปมากกว่าการปลูกเพื่อบริโภคสด และมีโรคเหี่ยวทำลายทุกพื้นที่ที่ออกสำรวจ

แสดงความคิดเห็น (0)

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นได้เลย